ลูกซนขนาดไหน ถึงจัดว่าเป็นสมาธิสั้น
30/08/2018   |   IN BLOG   |   BY BRAINFITSTUDIO

ลูกซนขนาดไหน ถึงจัดว่าเป็นสมาธิสั้น

ลูกซนแค่ไหนถึงจัดว่าเป็น สมาธิสั้น

 

ลูกซนแค่ไหนถึงจัดว่าเป็น สมาธิสั้น

           สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกเป็นโรคสมาธิสั้นควรทำความเข้าใจกับธรรมชาติของโรค และใช้ข้อดีของโรคให้เป็นประโยชน์  โรคสมาธิสั้นไม่ได้น่ากลัวหรือไม่มีทางรักษาได้อย่างที่คิด เด็กสมาธิสั้นสามารถมีพัฒนาการที่ดีขึ้นได้และสามารถปรับตัวกลับมาเป็นเด็กที่มีสมาธิเหมือนเด็กปกติได้ ถ้าหากพ่อแม่รักษาได้อย่างถูกวิธี และต้องรีบรักษาต้องแต่อายุน้อยๆ เพราะถ้าปล่อยจนเด็กโตแล้วการรักษาจะยากขึ้น และนิสัยนี้อาจจะติดตัวเด็กไปตลอด สมาธิสั้นในเด็กจะรักษาง่ายกว่าสมาธิสั้นในผู้ใหญ่ ซึ่งถ้าถึงตรงนั้นอาจส่งผลกระทบกับการใช้ชีวิตได้ในอานาคต 

          อาการสมาธิสั้นดูจากอะไร ซนขนาดไหนถึงจัดว่าเป็น สมาธิสั้น 

          1. การขาดสมาธิ (attention deficit) โดยสังเกตพบว่าเด็กจะมีลักษณะดังนี้

อาการของเด็กที่ขาดสมาธิ คือ ไม่มีสมาธิจดจ้ออะไรนานๆ, ไม่มีความสนใจสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, ไม่สนใจเรียนและไม่สามารถเก็บรายละเอียดได้ทำให้ทำงานผิดพลาดบ่อย , ดูเหมือนไม่ค่อยฟังเวลาพูดด้วย, ไม่มีสามารถทำอะไรสองอย่างพร้อมกันได้, ไม่สามารถทำงานที่ครู หรือพ่อแม่สั่งจนสำเร็จได้, หลง ลืมบ่อยๆ หรือชอบทำของหายบ่อยๆ , มีปัญหาหรือพยายามหลีกเลี่ยงงานที่ต้องใช้ความคิดหรือสมาธิ

          2. การซน (hyperactivity) และการขาดความสามารถในการควบคุมตนเอง (impulsivity) เด็กจะมีลักษณะดังนี้

คือ ไม่ชอบอยู่นิ่ง นั่งไม่ติด ลุกเดินบ่อย ๆ, วอกแวก, เหม่อลอย, ควบคุมอารมณ์ไม่ได้, พูดมากพูดไม่หยุด, ตื่นเต้นง่าย ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา, ชอบโพล่งคำตอบเวลาครูหรือพ่อแม่ถาม โดยที่ยังฟังคำถามไม่จบ, ชอบขัดจังหวะหรือสอดแทรกเวลาผู้อื่นกำลังพูดอยู่, รอคอยไม่เป็น, ชอบวิ่ง หรือปีนป่ายสิ่งต่าง ๆ, เล่นเสียงดัง

หากเด็กมีลักษณะในข้อ 1 หรือ 2 รวมกันมากกว่า 6 ข้อ อาการเด็กของท่านมีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นโรคสมาธิสั้น

ด้านการรักษาเมื่อพ่อแม่รู้ว่าลูกเป็นเด็กสมาธิสั้นจะ แก้ไขได้อย่างไรบ้าง การรักษาสามารถรักษาได้ 3 วิธี 

          1. การรักษาทางยา 

ยาจะช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น ซนน้อยลง ดูสงบขึ้น มีความสามารถในการควบคุมตัวดีขึ้น และอาจช่วยให้ผลการเรียนดีขึ้น ผลที่ตามมาเมื่อเด็กได้รับการรักษาอย่างถูกวิธีคือ เด็กจะมีความรู้สึกมีคุณค่าในตัวเองและดีขึ้นได้
          2. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการช่วยเหลือทางด้านจิตใจ

ข้อนี้ผู้ปกครองและที่โรงเรียนต้องให้ความเข้าใจเด็กเป็นพิเศษ  เช่น เด็กไม่ชอบอยู่นิ่ง จะกระตือรือร้นอยากทำกิจกรรมต่างๆ อยู่แล้ว ก็พาไปเล่นกีฬานอกบ้าน อยู่โรงเรียนก็ให้ช่วยคุณครูลบกระดาน เดินไปหยิบของให้คุณครู ช่วยคุณครูถือของ เป็นต้น

          3. การบำบัดโดยการพัฒนาสมาธิ การฝึกสมาธิ

สมาธิสั้นเกิดจากการทำงานของสมองส่วนหน้าทำงานน้อยกว่าปกติ สมองส่วนหน้าทำหน้าที่เป็นวงจรที่ควบคุมสมาธิ และการตื่นตัว ควบคุมการรับรู้ การเรียนรู้ ทักษะความชำนาญ ความคิด และความเฉลียวฉลาด สมองส่วนหน้าเปรียบเป็นประธานหรือนายใหญ่ของสมองทั้งหมด จึงเป็นสมองส่วนสำคัญที่สุด ซึ่งการฝึกทักษะพื้นฐานของสมองในแต่ละช่วงวัยนั้นจึงควรได้รับการพัฒนา เพื่อสร้างความแข็งแรงและเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ได้อย่างต่อเนื่องและถูกวิธี  ซึ่งทักษะที่ส่งผลต่อสมาธิ ได้แก่ ทักษะด้านการฟัง,   ทักษะด้านการมอง, ทักษะด้านการควบคุมการเคลื่อนไหวและประสาทสัมผัส  ทักษะเหล่านี้ฝึกได้ แต่ต้องฝึกอย่างถูกวิธี ผลคือ สมาธิดีขึ้น ที่ สถาบัน BrainFit Studio มีหลักสูตรที่ช่วยพัฒนาสมาธิให้ดีขึ้นได้ ด้วยวิธีการที่ถูกต้อง ผ่านกิจกรรมที่สนุกสนานและผ่านการวิจัยทางประสาทวิทยามาแล้วกว่า 30 ปี ทดลองเรียนฟรีได้ที่ สถาบัน BrainFit Studio
 

 

ขอรับคำปรึกษาได้ฟรี โทร 02-656-9938 – 9 

วันพฤหัสบดี-วันศุกร์ 091-774-3769

BrainFit จัดสัมมนาเกี่ยวกับการพัฒนาสมอง และคอร์สระบบการฝึกของเรา อย่างสม่ำเสมอ

**สำรองที่นั่งล่วงหน้า ที่นั่งมีจำนวนจำกัด**

LINE: @brainfit_th (มีเครื่องหมาย @ ด้วยนะคะ)
หรือสามารถกรอกข้อมูลด้านล่าง เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถทำการติดต่อได้ทันทีค่ะ

 

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย