Dyslexia

สมาธิสั้น ดิสเล็กเซีย (Dyslexia) และความบกพร่องด้านการประมวลผลทางการได้ยินสัมพันธ์กันอย่างไร

ลักษณะของเด็กที่มีความบกพร่องทางการอ่าน (Dyslexia) คือ อ่านผิดๆ ถูกๆ และจับใจความไม่ได้ ส่งผลให้เรียนหนังสือไม่รู้เรื่อง ซึ่งอาจประสบความสำเร็จในชั้นเรียนได้เป็นระยะสั้น โดยใช้วิธีจำ ครั้นเมื่อตำราที่ต้องเรียนมีมากขึ้นๆ เขาก็จะจำได้ไม่หมด แม้จะพยายามอ่านสักเพียงใดก็ตาม แต่ก็ทำได้อย่างกระท่อนกระแท่น จึงต้องใช้วิธีเดาคำ จึงทำให้ขาดแรงจูงใจในการเรียน

จากการวิจัยในปัจจุบันพบว่า พัฒนาการครั้งแรกของเด็กในวัยแรกเกิดนั้น คือการฟังเสียงให้แม่นยำ ในช่วงอายุ 5-6 ปี เด็กวัยนี้จะเริ่มอ่านหนังสือและมีการเชื่อมโยงเสียงที่ได้ยินกับตัวหนังสือที่มองเห็นเข้าด้วยกัน หากความสามารถของสมองในการวิเคราะห์เสียงในช่วงปีแรกของเด็กๆนั้นไม่แม่นยำ จะส่งผลให้การเชื่อมโยงระหว่างเสียงกับตัวหนังสือไม่ถูกต้อง 100% ส่งผลให้เกิดปัญหาการสะกดคำไม่ถูกต้อง อาทิเช่น b กับ dและ q กับ p เป็นต้น สิ่งเหล่านี้คือสาเหตุความบกพร่องทางการอ่าน (Dyslexia)

ซึ่งมีความเกี่ยวพันธ์กันกับ Auditory Precessing Disordor “ปัญหาการทำความเข้าใจและการประมวลผลทางการฟัง”

สมาธิที่ดีนั้น อาศัยการเชื่อมโยงของเส้นใยประสาทต่างๆ เนื่องจากสมาธิสัมพันธ์กับการเรียนรู้ในการจัดเรียงลำดับข้อมูลจากระบบการประมวลผลรับความรู้สึกทั้งหมดและเลือกรับรู้สิ่งที่ต้องการ   เด็กบางคนไม่สามารถทำได้ ดังนั้นจึงยากที่จะมีสมาธิเพื่อเรียนรู้และทำความเข้าใจสิ่งที่ได้อ่านหรือได้ยิน

ลักษะของเด็กที่มีความบกพร่องทางด้านการประมวลผลทางการได้ยิน (Auditory Processing Disorder) คือ การได้รับข้อมูลทางการฟังไม่ชัดเจน แยกความแตกต่างของเสียง หรือการแยกเสียงที่ได้ยินออกจากเสียงสภาพแวดล้อม ถูกเบี่ยงเบนความสนใจได้ง่าย ไม่สนใจเรียนในห้องเรียน หรือไม่ทำตามคำสั่ง

จากอาการของความบกพร่องทั้ง 2 ด้านตามที่ได้กล่าวมานี้ เมื่อคุณครูและพ่อแม่มองเห็นสิ่งที่พวกเขาเป็น มักจะเข้าใจว่าพวกเขาไม่พยายาม ไม่สนใจ ขาดสมาธิในห้องเรียน ความคิดเห็นเชิงลบเช่นนี้ มีส่วนผลักดันให้เด็กเหล่านี้มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม ส่งผลให้พวกเขาไม่ต้องการมาโรงเรียน และหลีกเลี่ยงในการทำกิจกรรมที่ไม่ถนัดเหล่านั้นไป

 

สถาบัน BrainFit Studio ของเรามีคอร์สเรียนที่สามารถพัฒนาทักษะของสมองด้านต่างๆที่จำเป็นต่อการมีสมาธิ การจดจ่อและการประมวลผลทางการด้านการอ่านและการฟัง ที่จะช่วยให้เด็กๆกลับมามีสมาธิดีขึ้นและสนุกกับการเรียนทั้งในและนอกห้องเรียน อีกทั้งมีผลการเรียนที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยโปรแกรม Fast ForWord® ที่จะช่วยพัฒนาทักษะทางด้านการฟังให้ดียิ่งขึ้น สามารถฟังเสียงในทุกๆเสียงได้ชัดเจนขึ้นและได้ฝึกทักษะภาษาอังกฤษไปในเวลาเดียวกัน

 

สถาบัน BrainFit Studio Thailand ของเราฝึกพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทั้ง 4 ด้านผ่านกิจกรรมการฝึกที่สนุกสนาน ตรงจุดและถูกวิธี เพื่อให้ผู้เรียนดึงศักยภาพสมองในแต่ละด้านออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยคอร์สเรียนทั้ง 4 จะถูกรวมอยู่ในโปรแกรม BrainFit® Scholar เพื่อการฟิตสมองทุกส่วนให้แข็งแรงพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

4 คอร์สในโปรแกรม BrainFit® Scholar มีดังนี้

SMART™ Moves: พัฒนาการด้านการเคลื่อนไหว ความสัมพันธ์ของร่างกายและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ

SMART™ Vision: เสริมพัฒนาการและการประมวลผลด้านการมอง ไหวพริบ และการวิเคราะห์

SMART™ Listening: เสริมพัฒนาการด้านการฟัง วิเคราะห์ข้อมูลผ่านสิ่งที่ได้ยิน และทักษะด้านภาษา

SMART™ Focus: เสริมพัฒนาการด้านความจำและการจดจ่อ การฝึกร่างกายให้สงบนิ่งและมีสมาธิในสิ่งที่ทำ

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย