ป้องกัน แก้ไข ปัญหาลูกติดเกม
24/11/2019   |   IN BLOG   |   BY BRAINFITSTUDIO

ป้องกัน แก้ไข ปัญหาลูกติดเกม

 

เกม เป็นเครื่องมือที่ให้ความบันเทิงและความสนุกสนานทั้งต่อเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นอีกทางหนึ่งที่ช่วยผ่อนคลายความเครียดและเสริมสร้างความสุขได้ หากเล่นในระยะเวลาที่เหมาะสม

แต่ในยุคสมัยที่เทคโนโลยีก้าวหน้าอย่างรวดเร็วอย่างทุกวันนี้ มีเกมออนไลน์ผลิตออกมามากมายหลายรูปแบบ จนบางครั้งผู้ปกครองหลายท่านอาจตามลูกไม่ทัน

อาจลืมสังเกตพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกหลาน โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ใช้เวลาอยู่กับเกมติดต่อกันหลายชั่วโมงต่อวัน

 

เรามาลองดูกันว่าลักษณะหรือพฤติกรรมแบบไหน เป็นสัญญาณเตือนว่า


 “ ลูกติดเกม ”  
 

สัญญาณบ่งบอกว่า ลูกกำลังติดเกม

 

  1. หมกมุ่นหรือใช้เวลาเล่นหลายชั่วโมง

ลูกเริ่มไม่สนใจกิจกรรม งานอดิเรก หรือสิ่งที่เคยชอบทำอีกต่อไป ไม่สนใจหรืออยากทำอย่างอื่นนอกจากการเล่นเกมและเล่นต่อเนื่องเป็นเวลานาน

 

  1. ควบคุมเวลาเล่นไม่ได้

เมื่อลูกเริ่มเล่นเกมแล้ว มักใช้เวลาในการเล่นนานหลายชั่วโมงต่อวัน เมื่อลูกเล่นต่อเนื่องหลาย ๆ วัน ทำให้ชั่วโมงในการเล่นเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะควบคุม บางคนถึงขั้นเล่นข้ามวันข้ามคืนเลยทีเดียว

 

  1. ต่อต้านเมื่อให้หยุดเล่น

ลูกแสดงอารมณ์รุนแรง หงุดหงิด หรือไม่พอใจ บางคนถึงขั้นแสดงพฤติกรรมก้าวร้าวเมื่อพ่อแม่เข้ามาห้ามหรือบังคับให้เลิกเล่นเกม

 

  1. มีผลกระทบด้านสุขภาพ

เมื่อลูกเล่นเกมเป็นเวลานาน บางครั้งนานจนไม่มีเวลาทานข้าว เข้าห้องน้ำ หรือแม้กระทั่งเวลานอน นอกจากจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ ยังส่งผลไปถึงการละเลยหน้าที่ที่สำคัญเช่น การไปโรงเรียน ส่งผลให้ผลการเรียนแย่ลง และมีสัมพันธภาพกับเพื่อนและคนรอบข้างน้อยลงอีกด้วย

 

  1. พฤติกรรมเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน

ลูกเริ่มเก็บตัว ไม่ชอบเข้าสังคม ไม่อยากคุยกับพ่อแม่ ดื้อ ต่อต้านเมื่อถูกห้ามหรือหยุดเล่นเกม อารมณ์ฉุนเฉียวง่าย หงุดหงิด พูดคำหยาบ หรือมากจนกระทั่งมีการโกหกหรือลักขโมยเงินเพื่อแอบไปเล่นเกมที่อื่น

 

 

ไม่อยากให้ ลูกติดเกม ทำอย่างไรดี?

 

 

วิธีการป้องกันและแก้ไขก่อน ลูกจะติดเกม

 

  1. การหักดิบ ส่งผลเสียมากกว่าดี

พ่อแม่หลายคนใช้วิธีการหักดิบโดยการให้ลูกเลิกเล่นเกมทันที ไม่ว่าจะเป็นการปิดจอ หรือ ดึงปลั๊ก วิธีนี้จะทำให้ลูกไม่เชื่อฟังพ่อแม่อีกต่อไป ทั้งยังจะต่อต้าน ดื้อ และแสดงอารมณ์รุนแรงมากขึ้น ดังนั้นผู้ปกครองจึงไม่ควรใช้วิธีนี้ เรามีคำแนะนำและวิธีเหมาะสมกว่าดังต่อไปนี้

 

  1. ไม่มีคอมพิวเตอร์ หรือ มือถือ ในห้องนอน

ห้องนอนควรมีสภาพที่เหมาะและเอื้ออำนวยต่อการนอนหลับพักผ่อนให้มากที่สุด ดังนั้นหากมีคอมพิวเตอร์หรือมือถือในห้องนอน จะทำให้มีสิ่งเร้าคอยดึงดูดใจ จนอาจทำให้ลูกแอบเล่นเกมในตอนกลางคืนได้ เราแนะนำให้ย้ายคอมพิวเตอร์ของลูกไปอยู่ในพื้นที่ส่วนรวมเช่น ห้องนั่งเล่น เพื่อจะได้อยู่ในสายตาและภายใต้การควบคุมของพ่อแม่ ทั้งนี้พ่อแม่ก็ควรใช้เวลากับลูกก่อนนอน เช่น พูดคุยหรือเล่านิทาน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับลูก และยังทำให้ลูกมีเวลาสนใจเกมน้อยลงอีกด้วย

 

  1. ชวนลูกเล่นเกมพัฒนาสมอง

ปัจจุบันมีเกมเสริมทักษะสมองมากมาย ทั้งบอร์ดเกม เกมกระดาน และเกมออนไลน์ พ่อแม่อาจลองหาเกมที่ช่วยเสริมสร้างทักษะการเรียนรู้ของลูก เช่น เกมคิดคำนวณ เกมภาษาอังกฤษ เกมจับคู่ เกมจับผิดภาพ เกมต่อตัวต่อ ฯลฯ ทั้งนี้พ่อแม่ควรจะมีเวลาอยู่เล่นกับลูก เพื่อให้ลูกรู้สึกสนุกไปกับการเล่นเกม และรู้สึกอบอุ่นที่ได้ใช้เวลาร่วมกับพ่อแม่

 

  1. สร้างระเบียบวินัย ให้กำหนดเวลาเล่น

การกำหนดเวลาการเล่นเกม นอกจากจะช่วยให้ลูกใช้เวลากับเกมน้อยลงแล้ว ยังช่วยสร้างระเบียบวินัยให้กับลูกด้วย โดยพ่อแม่ต้องสร้างเงื่อนไขและข้อตกลงกับลูก เช่น จะอนุญาตให้เล่นเกมได้เมื่อทำงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จ เช่น หลังทำการบ้าน หรือหลังอ่านหนังสือเสร็จ และกำหนดเวลาเล่นเกมไม่ให้ลูกเล่นนานเกินไป โดยประมาณ 1-2 ชั่วโมงต่อวันเท่านั้น ทั้งนี้พ่อแม่ควรตั้งนาฬิกาเรือนใหญ่ไว้ใกล้ คอมพิวเตอร์ เพื่อให้ลูกเห็นเวลาได้อย่างชัดเจน และตระหนักรู้ได้ด้วยตัวเองว่าควรจะหยุดเล่นตอนไหน

 

  1. ให้คำชมหรือรางวัล เมื่อลูกทำได้ดี

ทุกครั้งที่ลูกสามารถรักษาข้อกำหนดหรือข้อตกลงที่ให้กับพ่อแม่ได้ พ่อแม่ควรให้คำชมเชยเพื่อให้ลูกมีความมั่นใจและภาคภูมิใจในตัวเอง เช่น ลูกสามารถหยุดเล่นเกมในเวลาที่กำหนดได้ ควรชมเชย

“วันนี้ลูกทำดีมากเลยนะ มีวินัย ทำตามข้อตกลงของเรา”

“เยี่ยมมากเลยลูก ลูกโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นแล้วนะ” 

หรือหากวันไหนลูกสามารถห้ามใจไม่เล่นเกมเลย พ่อแม่อาจให้รางวัล เพื่อให้ลูกเห็นว่า นี่คือสิ่งที่ดีและควรทำต่อไป โดยพ่อแม่อาจให้รางวัลโดยการทำอาหารที่ลูกชอบ ออกไปเที่ยวด้วยกันในวันหยุดที่จะถึง หรือการทำกิจกรรมร่วมกัน เช่น ปั่นจักรยาน เดินเล่น เตะฟุตบอล เพื่อให้ลูกมีเวลาสนใจเกมน้อยลงและมีเวลาร่วมกับครอบครัวมากขึ้น

 

จากคำแนะนำข้างต้นจะเห็นได้ว่า

การใช้เวลากับครอบครัว คือ ยาวิเศษ

ที่จะช่วยป้องกันให้ลูก ไม่เป็นเด็กติดเกม

 

ดังนั้น การมีเวลาให้ลูกคือสิ่งสำคัญที่ไม่ควรละเลย พ่อแม่อาจหาเวลาว่างช่วงสั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นช่วงตื่นนอนหรือก่อนนอนในการใช้เวลากับลูก เช่น พูดคุย อ่านหนังสือ หรือเล่นกับลูก

หากมีเวลาว่างในวันหยุดก็พาลูกออกไปหากิจกรรมทำร่วมกัน นอกจากจะทำให้ลูกสนใจเกมน้อยลงแล้ว ยังช่วยให้ความสัมพันธ์ในครอบครัวดีมากขึ้นอีกด้วย

 

ที่ BrainFit เราเล็งเห็นถึงปัญหานี้ที่คุณพ่อคุณแม่กำลังกังวล หากคุณกำลังมองหาเกมที่ช่วยฝึกสมอง ฝึกสมาธิ ไปพร้อมกับการฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้กับลูก BrainFit ขอแนะนำ โปรแกรม Fast ForWord ที่ได้รับการออกแบบจากนักวิทยาศาสตร์ชั้นนำระดับโลกมาแล้วว่า มีประสิทธิภาพในการช่วยพัฒนาสมอง ฝึกสมาธิ และทักษะภาษาอังกฤษในรูปแบบเกมได้อย่างสมบูรณ์แบบ

 

อย่ารอช้า! มาพัฒนาสมอง พร้อมกับพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษไปกับเรา

ที่  BrainFit Studio

 

https://www.brainfit.co.th/sites/default/files/Untitled-2_1.jpg

 

BrainFit รับสมัครน้องๆ อายุตั้งแต่ 3-18 ปี

รับคำปรึกษาจากเรา ได้แล้ววันนี้ ฟรี!

โทร 02-656-9938 / 02-656-9939 / 02-656-9915 / 091-774-3769

LINE: @brainfit_th

 

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย

CAPTCHA
This question is for testing whether or not you are a human visitor and to prevent automated spam submissions.