ลูกฟังไม่ทัน คิดไม่ออก Fast ForWord ช่วยได้

 

จะทำอย่างไรดี ? เมื่อ ลูกฟังไม่ทัน จนบางครั้งเราต้องคอยบอกลูกซ้ำ ๆ ทวนคำถามให้ลูกบ่อย ๆ เพราะลูกคิดตามไม่ทัน หรือฟังไม่เข้าใจ คุณพ่อคุณแม่หลายท่านอาจจะเคยเจอกับเหตุการณ์เหล่านี้ จนกลัวว่าลูกของเราจะเรียนไม่ทันเพื่อน หรืออาจมีอาการสมาธิสั้นหรือเปล่า


ไม่ต้องกังวลไปค่ะ วันนี้ BrainFit จะมาไขข้อข้องใจว่า ทำไมบางครั้งลูกถึงคิดตามเราไม่ทัน สาเหตุที่ลูกเป็นแบบนี้มาจากอะไร และถ้า ลูกฟังไม่ทัน คิดไม่ออก Fast ForWord ช่วยได้ แล้วโปรแกรมนี้จะช่วยได้อย่างไร ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ


มาดูกันก่อนเลยว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้ ลูกฟังไม่ทัน หรือคิดไม่ออก เมื่อฟังคุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่พูด
 

1. สมาธิจากการฟัง

การมีสมาธิจากการฟังที่ดีคือ การที่ลูกสามารถคิด วิเคราะห์ เชื่อมโยง และประมวลผลเสียงที่ได้ยินออกมาเป็นความหมาย และเกิดความเข้าใจได้เป็นอย่างดี นั่นหมายความว่า ลูกสามารถฟังแล้วเข้าใจได้ทันที ไม่ต้องฟังซ้ำ หรืออธิบายรายละเอียดเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น “ลูกช่วยไปหยิบกุญแจรถให้แม่หน่อย อยู่ในตู้สีขาว ชั้นที่ 2” ซึ่งถ้าหากลูกไม่ได้มีสมาธิจดจ่อ อาจทำให้ลูกเก็บข้อมูลได้ครบถ้วน อาจจะได้ยินแค่ “สีขาว” และ “ชั้น 2” แต่ยังคงไม่เข้าใจว่าให้ทำอะไร เป็นต้น 

 

ซึ่งบางครั้งที่ลูกเรา ฟังไม่ทัน นั่นอาจมีสาเหตุมาจากการที่ลูกยังขาดสมาธิจากการฟังก็เป็นได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่สามารถฝึกได้จากการทำกิจกรรมฝึกสมาธิ เช่น การต่อตัวต่อ การวาดรูประบายสี การเล่นดนตรี หรือลองให้คำสั่งลูกมากกว่า 1 คำสั่งดังตัวอย่างข้างต้นก็ได้ค่ะ

ทั้งนี้หากลูกยังทำไม่ได้ หรือไม่เข้าใจ ให้คุณพ่อคุณแม่พูดคุยกับลูกด้วยความใจเย็นและมีเหตุผล ค่อย ๆ สอน ค่อย ๆ ฝึกลูกไปเรื่อย ๆ อาจจะใช้เวลาฝึกกันสักหน่อย แต่ทักษะนี้พัฒนาให้ดีขึ้นได้แน่นอนค่ะ

 

2. วิเคราะห์เสียงได้ไม่เที่ยงตรง

บางครั้งเวลาที่เราพูดเร็วเกินไป พูดประโยคที่มีความหมายซับซ้อน หรือเป็นประโยคที่ยาวมาก การพูดลักษณะนี้ผู้ฟังจะต้องมีสมาธิจดจ่อที่ดี และสามารถวิเคราะห์ข้อมูลได้รับอย่างครบถ้วน ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุให้ ลูกฟังไม่ทัน วิเคราะห์เสียงที่ได้ยินได้ไม่ครบถ้วน เนื่องจากเป็นข้อมูลที่เยอะเกินไปสำหรับลูก ทำให้ลูกไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด หรือเข้าใจความหมายผิดไป และยิ่งถ้าเป็นการใช้ภาษาที่สอง หรือภาษาที่ไม่ใช่ภาษาแม่ เช่น การพูดภาษาอังกฤษกับเด็กไทย

 

ตัวอย่าง “Open the books and turn to page 20” และเมื่อลูกไม่สามารถวิเคราะห์เสียง /g/ ได้เที่ยงตรง เข้าใจว่าเสียง /g/ คือเสียง /y/ ทำให้คำว่า Page ที่ลูกได้ยินเพี้ยนเป็น Pay ลูกจะเข้าใจผิดไปว่า ครูให้จ่ายเงิน 20 บาทหรือเปล่า

 

ดังนั้น นอกจากสมาธิในการจดจ่อกับการฟังที่ว่าสำคัญแล้ว ความแข็งแรงของภาษา และคลังคำศัพท์ที่ลูกมีก็มีความสำคัญต่อทักษะการฟังและการวิเคราะห์เสียงเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นภาษาแม่ หรือภาษาที่สองก็ตาม

 

 

 สมัครวันนี้! รับส่วนลด 40%

แถมเรียนฟรีสูงสุด 2 เดือน!

หมดเขต 31 ต.ค 63

 

3.การเชื่อมโยงเสียงและความหมาย

หากลูกสามารถจดจ่อ มีสมาธิกับการฟัง สามารถฟังเสียงได้อย่างชัดเจนไม่ตกหล่น นั่นเป็นสัญญาณที่ดีแล้วค่ะว่า ลูกของเราสามารถจดจ่อกับการฟัง และพร้อมรับข้อมูลได้ค่อนข้างดี แต่ถ้าการเชื่อมโยงเสียงกับความหมายของลูกยังไม่แม่นยำ อาจทำให้ลูกยังไม่เข้าใจความหมายในการสื่อสารได้อย่างแท้จริง ทำให้ลูก ฟังไม่ทัน ไม่สามารถเข้าใจประโยคที่ได้ยินตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง อาจจะต้องใช้เวลาในการคิดและประมวลผล บางครั้งอาจต้องให้พูดซ้ำ หรืออธิบายให้ละเอียดมากขึ้น

 

ซึ่งการเชื่อมโยงเสียงกับความหมายนี้ มักเกิดขึ้นกับภาษาที่ 2 หรือภาษาต่างประเทศ สาเหตุจากการที่ลูกยังมีคลังคำศัพท์น้อย หรือเกิดความสับสนในการเชื่อมโยงเสียงที่มีความใกล้เคียงกัน ยกตัวอย่างเช่น Pat ออกเสียงว่า แพทฺ แปลว่า ลูบ, ตบเบา ๆ กับคำว่า Pad ออกเสียงว่า แพดฺ แปลว่า เบาะ, ที่รองนั่ง

จากตัวอย่างจะเห็นว่า ทั้ง 2 คำออกเสียงคล้ายกันมาก มีความแตกต่างมีแค่เสียงท้าย หรือเสียงตัวละกด หากลูกยังมีคลังคำศัพท์น้อย รู้จักคำว่า Pat แต่ยังไม่รู้จักคำว่า Pad เมื่อลูกได้ยินอาจทำให้เข้าใจผิดคิดว่าเป็นคำที่ตนเองรู้จัก เพราะมีการออกเสียงที่คล้ายกันมากนั่นเอง


ดังนั้นถ้าเราอยากให้ลูกมีทักษะการฟังที่ดี ฟังแล้วสามารถคิดวิเคราะห์ได้เร็ว ลูกต้องมีทั้ง สมาธิในการฟัง ความแม่นยำในการวิเคราะห์เสียง และคลังคำศัพท์ในภาษานั้น ๆ ที่มากเพียงพอ เพื่อการคิด วิเคราะห์ เชื่อมโยงเสียงกับความหมายได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ
 

แล้วโปรแกรม Fast ForWord จะสามารถช่วยลูกพัฒนาทักษะเหล่านี้ได้อย่างไร ?

โปรแกรม Fast ForWord ออกแบบโดยนักประสาทวิทยา และนักวิทยาศาสตร์ผู้เชี่ยวชาญ โดยมีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นสมองส่วน Temporal lobe ที่ทำหน้าที่ควบคุมทักษะการฟังให้ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตัวโปรแกรมได้รับการวิจัยและพัฒนาอย่างต่อเนื่องกว่า 30 ปี และได้รับการพิสูจน์มาแล้วจากผู้ใช้จริงกว่า 55 ประเทศทั่วโลกว่าสามารถช่วยพัฒนาทักษะการฟังได้อย่างเห็นผล
 

โดย Fast ForWord จะช่วยกระตุ้นให้เด็ก ๆ มีสมาธิจากการฟังที่ดี ปูพื้นฐานการฟังที่แข็งแรง ทำให้สามารถวิเคราะห์เสียงและหน่วยเสียงได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการเชื่อมโยงเสียงกับความหมายได้อย่างถูกต้อง  ไม่ว่าลูกจะอยู่ในช่วงวันเด็ก หรือวัยรุ่นก็ฝึกได้ เพราะโปรแกรมนี้จะช่วยทำให้ลูกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปฝึกและพัฒนาทักษะพื้นฐานให้กลับมาแข็งแรง และมีประสิทธิภาพอีกครั้ง พร้อมกับการเรียนรู้ทุกรูปแบบ

 

ฝึกง่าย สนุก เริ่มต้นด้วยการฟัง!!

 


ฉีกกฎการเรียนภาษาอังกฤษแบบเดิม ๆ ที่ต้องนั่งท่องจำ คำศัพท์และหลักไวยากรณ์อย่างเคร่งเครียด ด้วย Fast ForWord โปรแกรมที่เป็นมากกว่าคู่หูในการฝึกทักษะการฟัง และทักษะภาษาอังกฤษ ด้วยรูปแบบการฝึกที่เหมือนการเล่นเกม มีการสะสมคะแนน และการแสดงความยินดีทุกครั้งที่ทำคะแนนได้ดี ทำเด็ก ๆ รู้สึกสนุกและมีความตั้งใจในการทำโดยไม่รู้ตัว

ฝึกเพียงแค่ 30 นาทีต่อวัน เมื่อฝึกต่อเนื่อง 40-60 ชั่วโมง ให้ผลลัพธ์เหมือนฝึกทักษะภาษา และทักษะการเรียนรู้มาแล้ว 1-2 ปี

 

พัฒนาทักษะอย่างยั่งยืน ไปกับโปรแกรม Fast ForWord

 

 สมัครวันนี้! รับส่วนลด 40%

แถมเรียนฟรีสูงสุด 2 เดือน!

หมดเขต 31 ต.ค 63

 

โปรแกรม Fast ForWord ช่วยพัฒนาทักษะอะไร?

 

เสียงตอบรับจากผู้ปกครองน้องนลิน หนึ่งในนักเรียนที่น่ารักของเรา

 

 

 สมัครวันนี้! รับส่วนลด 40%

แถมเรียนฟรีสูงสุด 2 เดือน!

หมดเขต 31 ต.ค 63

 

------------------

 

ขอรับคำปรึกษาได้ ฟรี!

จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ และ อาทิตย์  โทร 02-656-9938

วันพฤหัสบดี-วันศุกร์   091-774-3769

LINE Official Account: @brainfit_th

 

Contact Us

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย

BrainFit Studio Thailand ชั้น 2, อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์,
สุขุมวิทซอย 2, กทม. 10110BTS สถานีเพลินจิต ทางออก 4