Empathy VS Sympathy อะไรคือสิ่งที่เราควรมี

 

Empathy VS Sympathy อะไรคือสิ่งที่เราควรมี ?

 

 

Empathy และ Sympathy คืออะไร แล้วอะไรเป็นสิ่งที่ทุกคนควรมีมากกว่ากัน วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจของคำสองคำนี้ พร้อมทั้งอธิบายว่า 2 อย่างนี้อันไหนที่เราควรมี มีแล้วจะช่วยอะไรเราได้บ้าง?

 

 

Empathy คือ...

       Empathy = การเข้าใจผู้อื่น =  ก็คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เป็นการนึกถึงความรู้สึกของผู้อื่น และพยายามทำความเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่น

 

Sympathy คือ...

       Sympathy = การเห็นใจผู้อื่น = ความสงสาร, ความเห็นอกเห็นใจ เป็นการมองและตัดสินสิ่งต่างๆผ่านอารมณ์และความรู้สึกนึกคิดของตัวเราเอง

 

 

 

ตัวอย่างของ Empathy และ Sympathy ในสถานการณ์ต่างๆเช่น

หากคุณเจอเด็กชาย A กำลังนั่งเสียใจร้องไห้อยู่ เนื่องจากเขาสอบตกในรายวิชาภาษาคณิตศาสตร์ เพราะว่าเขาเรียนตามเพื่อนไม่ทัน แถมยังโดนคุณครูบอกว่าไม่ตั้งใจเรียนอีกด้วย

 

 Empathy 

คนที่แสดงออกด้วยการมี Empathy จะเข้าไปถามนาย A ว่า “ ตอนนี้รู้สึกอย่างไร ” “ รู้สึกอย่างนี้เพราะอะไร ”  แล้วพยายามทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของคนๆนั้น โดยไม่เอาตัวเองไปตัดสิน และบางทีอาจมีอารมณ์ร่วมไปกับคนอื่น จนบางทีถึงขั้นร้องไห้ตามไปกับเด็กชาย A แต่จะสามารถแยกแยะอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้ และสามารถมองอารมณ์และความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างเป็นกลาง แล้วพยายามช่วยหาวิธีแก้ไขต้นเหตุของความเสียใจนี้

 

 Sympathy 

คนที่แสดงออกด้วยการมี Sympathy เมื่อเห็นเด็กชาย A ร้องไห้เพราะสอบไม่ผ่านก็จะเกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาและคิดว่าเด็กชาย A ต้องกำลังรู้สึกแย่มากๆอยู่แน่เลย ในบางครั้งอาจจะมีการแสดงออกทางคำพูดเพื่อเป็นการปลอบใจผ่านมุมมองของตัวเอง หรือพูดเชิงเปรียบเปยให้เห็นถึงสิ่งที่แย่กว่าผ่านความนึกคิดของตน เพื่อทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่เป็นอยู่นี้มันไม่ได้แย่ขนาดนั้น เช่นหากเห็นว่าเด็กชาย A กำลังนั่งเสียใจร้องไห้อยู่เนื่องจากเขาสอบตกในรายวิชาภาษาคณิตศาสตร์ ก็พูดปลอยใจว่า “ อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้สอบตกไปหมดทุกวิชานะ ” แต่ว่าผู้พูดจะไม่ได้พยายามทำความเข้าใจความรู้สึก และมีอารมณ์ร่วมไปกับเด็กชาย A

 

 

เรามาดูกันต่ออีกหน่อยดีกว่าค่ะว่าข้อดี ข้อและข้อเสีย ของ Empathy และ Sympathy มีอะไรบ้าง?

 

ข้อดีคือ...

 Empathy 

  1. ทำให้เราสามารถเข้าใจผู้อื่นได้อย่างแท้จริง
  2. ตัดสินสิ่งต่างๆตามความเป็นจริง
  3. สามารถหาทางออกได้อย่างสมเหตุสมผล
  4. ในบางครั้งอาจทำให้ผู้อื่นรู้สึกว่าเราใส่ใจความรู้สึกของผู้อื่น และเป็นพวกเดียวกับเขา

 Sympathy 

  1. ทำให้เรามีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจผู้อื่น
  2. ทำให้เราพยายามคิดหาคำพูดที่จะทำให้คนรอบข้างรู้สึกดีขึ้น

 

ข้อเสียคือ...

 Empathy 

    ในบางครั้งผู้ที่มี Sympathy ก็มีอารมณ์ร่วมกับเรื่องทุกข์ใจของผู้อื่นมากเกินไป จนทำให้ตนเองเกิดความรู้สึกเศร้าหมองตามไปด้วย

 Sympathy 

  1. ไม่สามารถเข้าใจอารมณ์ความรู้สึกของผู้อื่นได้อย่างแท้จริง
  2. ใช้อารมณ์ และความรู้สึกนึกคิดของตนเองมาตัดสินปัญหา แทนที่จะมองจากความเป็นจริง
  3. ไม่สามารถช่วยแก้ปัญหาจากต้นเหตุของผู้อื่นได้

 

จากตัวอย่าง และข้อดีข้อเสียของ Empathy กับ Sympathy ที่เรานำมาฝากในวันนี้... หลายๆท่านคงเห็นแล้วว่า Empathy กับ Sympathy หรือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรา กับ ความเห็นอกเห็นใจ นั้นแตกต่างกันอย่างไร มีสิ่งไหนมากกว่า หรือลดสิ่งไหนลงแล้วจะส่งผลดีทั้งต่อตนเอง และคนรอบข้างมากกว่ากัน

 

 

 

ทางสถาบัน BrainFit ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความที่เรานำมาฝากทุกท่านในวันนี้จะทำให้ทุกท่านเข้าใจคำว่า Empathy กับ Sympathy มากขึ้น และสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้มาปรับใช้เพื่อทำให้สามารถจัดการกับอารมณ์และความรู้สึกของตัวเองได้ดีขึ้นนะคะ และที่ BrainFit เรามีหลักสูตรพัฒนาสมองรอบด้านที่จะช่วยให้เด็กๆมีทักษะพื้นฐานของสมองที่ดียิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเคลื่อนไหว การมอง การฟัง สมาธิ รวมถึงเรื่องอารมณ์ เพื่อให้เด็กๆ พร้อมเรียนรู้สิ่งต่างๆ ในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งกว่าที่เคย

 

 

 

 

 

 

 

BrainFit รับสมัครน้องๆ อายุตั้งแต่ 3-18 ปี

รับคำปรึกษาจากเรา ได้แล้ววันนี้ ฟรี!

ที่ 02-656-9938 / 02-656-9915 091-774-3769

LINE: @brainfit_th

 

 

อ้างอิง : www.creativemove.com, thaipublica.org

Contact Us

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย

BrainFit Studio Thailand ชั้น 2, อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์,
สุขุมวิทซอย 2, กทม. 10110BTS สถานีเพลินจิต ทางออก 4