เรียนพิเศษปิดเทอม 2020

 

 

 

BrainFit Summer Course

(ช่วงเดือน กรกฎาคม - สิงหาคม 2563)

 

ลดพิเศษสูงสุด 20% 

หมดเขต 15 กรกฎาคม 2563 

 

เสริมทักษะพื้นฐานสมองเพื่อซึมซับบทเรียนได้ดีขึ้น

คอร์ส เรียนพิเศษปิดเทอม ยกระดับทักษะสมองขั้นพื้นฐานของการสร้างสมาธิ

เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่มีอายุตั้งแต่ 3-18 ปี

 

ปิดเทอมของลูกมาถึงแล้ว จะให้ลูกไปทำกิจกรรมอะไรดีนะ? คุณพ่อคุณแม่หลายท่านคงอยากให้ลูกได้ไป เรียนพิเศษปิดเทอม เพราะกลัวลูกจะลืมเนื้อหาที่เคยเรียนจากโรงเรียน แต่บางครั้งการเรียนพิเศษเช่นนี้ จะยิ่งทำให้สมองของลูกเหนื่อยล้า มีประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และทำให้ลูกหมดสนุกสนานกับการปิดเทอม 

 

แล้วจะทำอย่างไรให้ช่วงปิดเทอมของลูกเป็นช่วงที่สนุกสนาน ไปพร้อม ๆ กับการฝึกทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็น ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนในช่วงเปิดเทอมไม่เป็นเรื่องยากสำหรับลูก คำตอบคือ การทำกิจกรรมที่หลากหลายนั่นเอง เพราะการทำกิจกรรมจะช่วยเสริมสร้างให้สมองได้ทำงาน และกระตุ้นให้มีทักษะสมองทั้ง 5 ด้านที่แข็งแรง คือ ทักษะด้านการมอง ทักษะด้านการฟัง ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สมาธิ และความจำ ทักษะด้านการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงทักษะด้านอารมณ์และการเข้าสังคม

 

แล้วการฝึกสมองทั้ง 5 ด้านนั้น สำคัญอย่างไร?

เพราะช่วงเวลาปิดเทอมค่อนข้างนาน หากปล่อยให้ลูกอยู่บ้านเฉย ๆ อาจทำให้ประสิทธิภาพในการเรียนรู้ คิดวิเคราะห์ และประมวลผลลดลงได้ เมื่อเปิดเทอมลูกจะใช้เวลาค่อนข้างนานในการทำความเข้าใจกับบทเรียน เพราะสมองไม่ได้รับการกระตุ้นให้มีความพร้อมมาก่อนนั่นเอง 

 

แล้วจะทำอย่างไรให้สมองได้รับการกระตุ้นอย่างเหมาะสมดีล่ะ?

การพาลูกออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ จะช่วยเสริมสร้างทักษะที่สำคัญและช่วยกระตุ้นให้สมองได้ทำงานได้ดีมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
 

  • การอ่านหนังสือ การอ่านจะช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ทักษะด้านภาษาทั้งคำศัพท์ ไวยากรณ์ การเรียงคำ และการเล่าเรื่อง นอกจากนี้ลูกยังได้คิดวิเคราะห์ไปกับเรื่องราวที่อ่าน ทำความเข้าใจเนื้อหา และเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ดังนั้นการอ่านจึงจะช่วยให้สมองของลูกได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่มากขึ้นนั่นเอง
     
  • การเล่นกีฬา เพราะกิจกรรมด้านกีฬาไม่ได้ช่วยเสริมทักษะเพียงแค่ด้านความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่กีฬาบางประเภทยังช่วยในเรื่องของทักษะการมอง การจดจ่อ และการทำงานประสานกันของร่างกายส่วนต่าง ๆ ซึ่งเป็นการทำงานของทักษะหลาย ๆ ด้านในเวลาเดียวกันเช่นนี้ จะทำให้สมองได้ทำงานในระดับที่ซับซ้อนมากขึ้น เป็นการกระตุ้นสมองและทำให้สมองแข็งแรงขึ้นอีกด้วย
     
  • กิจกรรมศิลปะและวาดรูป กิจกรรมนี้จะช่วยเสริมเรื่องทักษะด้านอารมณ์ได้เป็นอย่างดี เพราะลูกจะต้องมีสมาธิ จดจ่อ และใจเย็นกับการสร้างผลงานศิลปะ อีกทั้งยังเสริมสร้างจินตนาการให้ลูกได้แสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ เพราะการมีจินตนาการที่สร้างสรรค์เป็นการฝึกให้สมองรู้จักสร้างและเชื่อมโยงเส้นใยใหม่ ๆ ในสมองอีกด้วยนะคะ
     
  • กิจกรรมด้านดนตรี กิจกรรมดนตรีนอกจากจะช่วยคลายเครียดแล้ว ดนตรียังช่วยพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ เสริมสร้างจินตนาการ ยังช่วยเพิ่มทักษะในด้านความจำและทักษะด้านการฟังของลูกได้ดีมากยิ่งขึ้น เพราะลูกจะต้องฟังเพื่อวิเคราะห์เสียงตัวโน้ตดนตรีที่ได้ยิน และยังจ้องจดจำทั้งโน้ตดนตรีและท่วงทำนอง เพื่อร้อยเรียงเป็นบทเพลงที่ไพเราะออกมา ดังนั้นการเล่นดนตรีจึงสามารถช่วยพัฒนาสมอง เสริมสร้างสมาธิ และสร้างความเพลิดเพลินสนุกสนานให้ลูกได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว
     
  • การเล่นของเล่น   ของเล่นเด็ก เป็นสิ่งที่คุณพ่อคุณแม่ทุกคนนำมาใช้เพื่อเป็นการสร้างความบันเทิง และเพลิดเพลินให้กับลูกน้อย รวมถึงเป็นตัวกระตุ้นการเรียนรู้ให้เขามีพัฒนาการในวัยเด็กที่สมบูรณ์ โดยการเล่นของเล่นที่พัฒนาทักษะ จะเป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับเด็ก เพราะจะช่วยกระตุ้นให้เด็กมีพฤติกรรมรักการเรียนรู้สามารถคิดนอกกรอบได้ ช่วยให้สมองพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ ซึ่งของเล่นฝึกพัฒนาการนั้นจะมีหลายประเภท แล้วแต่คุณพ่อคุณแม่เลยว่าอยากที่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการลูกในด้านไหนเป็นพิเศษ
     
  • การนั่งสมาธิ เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่จะช่วยเสริมสร้างให้เด็กสามารถจดจ่อ และแนวแน่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ คุณพ่อคุณแม่อาจจะฝึกให้เขานั่งหลับตานิ่งๆ สัก 5 นาทีก็เพียงพอแล้ว รวมถึงการกำหนดลมหายใจไปด้วย ก็เป็นวิธีหนึ่งที่สำคัญ ที่คนส่วนใหญ่นำมาใช้ในการปรับอารมณ์และเพิ่มความผ่อนคลายให้กับลูกๆได้ดียิ่งขึ้น การมีสมาธิที่ดีจะส่งผลต่อการเรียนรู้ที่ดีในห้องเรียน และการคิดที่เป็นระบบมากขึ้น
     
  • การออกไปสำรวจธรรมชาติ คุณพ่อคุณแม่อาจจะพาลูกออกไปสถานที่ข้างนอกเพื่อให้ลูกได้เรียนรู้สิ่งใหม่ เช่น สวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์ การจัดแสดงวิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้สำหรับเด็ก สวนสัตว์หรือสถานที่แหล่งเรียนรู้ตามธรรมชาติที่ลูก ๆ สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับสัตว์สายพันธุ์ต่าง ๆ ได้ สถานที่ที่เกี่ยวข้องกับแหล่งประวัติศาตร์และอารยธรรมต่าง ๆ ลูกจะได้ทั้งความรู้ใหม่ ๆ ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ ภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ฯลฯ ทำให้สมองได้รับการกระตุ้นอย่างเต็มที่ และยังเป็นกิจกรรมที่สนุกสนาน ตื่นเต้นสำหรับลูกมิใช่น้อยเลยล่ะค่ะ
     
  • ทำกิจกรรมร่วมกันภายในบ้าน หากคุณพ่อคุณแม่ไม่สะดวกพาลูกออกไปไหนก็สามารถทำกิจกรรมร่วมกันที่บ้านได้ เช่น การปลูกต้นไม้ การทำอาหาร หรือแม้แต่การทำความสะอาดบ้าน เพราะกิจกรรมที่ได้ทำร่วมกัน ลูกจะได้เรียนรู้ทักษะหลากหลายด้านทั้งการตัดสินใจ การคาดคะเน การวางแผน และการแก้ไขปัญหา เช่น การทำอาหาร จะต้องวางแผนว่าจะต้องใช้วัตถุดิบใดบ้าง มีปริมาณเท่าไหร่ ขั้นตอนการทำมีอะไร หากรสชาติไม่เป็นไปตามที่คิดจะแก้ไขอย่างไร นอกจากลูกจะได้พัฒนาทักษะหลาย ๆ ด้านที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังเป็นการสานสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นอีกด้วย
     

การทำกิจกรรมที่หลากหลาย จะช่วยให้สมองได้รับการกระตุ้น ได้ทำงานอย่างเต็มที่ และมีความแข็งแรงมากขึ้น เมื่อสมองได้รับการกระตุ้นจากการทำกิจกรรมที่หลากหลายนั้น ลูกของเราก็จะมีความพร้อมในการเรียนรู้ สามารถซึมซับข้อมูลได้อย่างเต็มที่ คิด วิเคราะห์ ประมวลผลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้การเรียนรู้ในห้องเรียนและนอกห้องเรียน เป็นเรื่องง่ายมากขึ้น 

 

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกก็ต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพออย่างน้อย 7 ชั่วโมง และไม่ควรเกิน 9 ชั่วโมง เพราะอาจทำให้ลูกไม่สดชื่นและกระปรี้กระเปร่า หากนอนน้อยกว่า 7 ชั่วโมงก็จะทำให้สมองทำงานได้ไม่เต็มที่ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลง และที่สำคัญการทานอาหารที่มีประโยชน์ก็มีผลต่อการทำงานของสมองเช่นกัน เลือกทานอาหารที่ให้คุณค่าทางโภชนาการให้ครบทั้ง 5 หมู่ งดอาหารหรือขนมที่มีน้ำตาล เพราะน้ำตาลจะทำให้การทำงานของสมองไม่มีประสิทธิภาพเต็มที่ ทั้งยังส่งผลเสียต่อร่างกายอีกด้วย

เมื่อทานอาหารที่มีประโยชน์ พักผ่อนอย่างเพียงพอ และทำกิจกรรมที่หลากหลายแล้วนั้น เชื่อได้เลยว่า สมองของลูกจะได้รับการกระตุ้นและทำให้ความสามารถในการทำงานของสมองมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมที่จะเรียนรู้ในช่วงเปิดเทอมได้อย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ 

 

แต่หากคุณพ่อคุณแม่ไม่มีเวลาเพียงพอสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ ที่กล่าวมา คุณพ่อคุณแม่หมดกังวลได้เลย เพราะที่ BrainFit มีคอร์ส เรียนพิเศษปิดเทอม ที่จะช่วยให้ลูกได้ฝึกทักษะสมองทั้ง 5 ด้าน ได้แก่ ทักษะด้านการมอง ทักษะด้านการฟัง ทักษะด้านการคิดวิเคราะห์ สมาธิ และความจำ ทักษะด้านการเคลื่อนไหวและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ รวมไปถึงทักษะด้านอารมณ์และการเข้าสังคม

โดยทักษะทั้ง 5 ด้านนี้จะได้รับการกระตุ้นและพัฒนาผ่านการทำกิจกรรมสนุกสนาน ทำให้สมองของลูกมีความพร้อมและแข็งแรง สำหรับการเรียนรู้ในช่วงเปิดเทอมทั้งด้านวิชาการและกิจกรรมอื่น ๆ

 

ในการฝึกที่ BrainFit เด็ก ๆ จะได้สนุกกับกิจกรรมในลักษณะเกมมากถึง 20 กิจกรรม ได้คิด วิเคราะห์ มีสมาธิจดจ่อ ได้เคลื่อนไหวร่างกายส่วนต่าง ๆ ได้แข่งขันกับตัวเอง สร้างความมั่นใจ ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กที่จำเป็นต่อการเขียน ประสาทสัมผัสและการรับรู้ การทรงตัว การสร้างสมดุลของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อมัดใหญ่ และทักษะการเข้าสังคม ทำให้สมองมีความแข็งแรงและพร้อมที่จะ “รับ” ข้อมูลและการเรียนรู้สิ่งใหม่ ในช่วงเวลาเปิดเทอมที่จะมาถึงได้อย่างเต็มที่ ทำให้เด็ก ๆ มีการควบคุมตัวเองให้อยู่นิ่งได้ในห้องเรียน มีสมาธิจดจ่อ มีความแข็งแรงของสมองและร่างกาย เป็นผลให้มีทักษะการเรียนในห้องเรียน การเล่นดนตรี และการเล่นกีฬาที่ดีเยี่ยมนั่นเอง

  

 

คอร์สเรียนพิเศษปิดเทอม เด็กๆ จะได้ฝึกทักษะพื้นฐานสมองที่จำเป็นต่อการเกิดสมาธิ 5 ทักษะดังต่อไปนี้

 

 

ผลลัพธ์หลังจากการฝึก คลิกที่นี่

 

 

 

 

ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม

โทรติดต่อเบอร์ 02-656-9938
 

หมายเหตุ วันพฤหัสบดี-ศุกร์ ติดต่อได้ที่ 091-774-3769

หรือ กรอกข้อมูลเพิ่ม ที่นี่ และทางเราจะรีบตอบกลับโดยทันที

และทางช่องทาง LINE Official Account ได้ทุกวัน

โดยแอดมาคุยกับเราที่ @brainfit_th (มี @ ด้วยนะคะ)

 

Contact Us

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย

BrainFit Studio Thailand ชั้น 2, อาคารเพลินจิตเซ็นเตอร์,
สุขุมวิทซอย 2, กทม. 10110BTS สถานีเพลินจิต ทางออก 4