ฝึกสมอง

การฝึกสมอง สำคัญอย่างไร?

การฝึกสมองให้แข็งแรงอยู่เสมอนั้นสำคัญมาก เพราะว่าในการเรียนรู้สิ่งใดๆ ไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่นั้น ต้องใช้ความสามารถจากส่วนต่างๆ ภายในเพื่อประมวลผลข้อมูลที่ได้รับรู้ ไม่ว่าจะเป็นทางเสียง สัมผัส หรือการมองเห็น เพราะฉะนั้น หากสมองที่ควบคุมส่วนต่างๆที่กล่าวมาไม่แข็งแรงหรือ “ไม่ฟิต” สมองจะต้องทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลผลข้อมูลหรืออาจเกิดความไม่เข้าใจข้อมูลทีได้รับมาก็เป็นได้

ดังนั้น เหตุผลที่เราจำเป็นต้อง “ฟิต” สมอง คือ เตรียมความพร้อมให้สมองได้รับรู้สิ่งต่างๆ และคิดวิเคราะห์ข้อมูลไวยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น นักเรียนคนหนึ่งเข้าใจเนื้อหาและวิเคราะห์เหตุการณ์ได้ในขณะที่ฟังคุณครูสอนวิชาประวัติศาสตร์หน้าชั้นเรียน ตัวอย่างนี้กำลังบอกว่า นักเรียนคนนี้มีทักษะด้านการฟังและสามารถจินตนาการต่อยอดข้อมูลให้เกิดเป็นการบทเรียนใหม่ในรูปแบบของตัวเองได้

แล้วจะ “ฟิต” สมอง ได้อย่างไร?

การฟิตสมองสำคัญคือต้องฝึกอย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ สถาบัน BrainFit Studio Thailand ของเราฝึกพัฒนาการด้านการเรียนรู้ทั้ง 4 ด้านผ่านกิจกรรมการฝึกที่สนุกสนาน ตรงจุดและถูกวิธี เพื่อให้ผู้เรียนดึงศักยภาพสมองในแต่ละด้านออกมาใช้ให้ได้มากที่สุด โดยคอร์สเรียนทั้ง 4 จะถูกรวมอยู่ในโปรแกรม BrainFit® Scholar  เพื่อการฟิตสมองทุกส่วนให้แข็งแรงพร้อมสำหรับการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆโดยกิจกรรมที่ออกแบบนั้นจะสร้างประสิทธิภาพให้กับสมองทุกส่วนได้ทำงานอย่างเต็มที่ รวมถึงการสร้างเส้นใยสมองใหม่ๆ เพื่อพร้อมสำหรับการเรียนรู้ทั้งในและนอกห้องเรียน

ตัวอย่างระบบการทำงานภายในสมองที่จำเป็นต่อการเรียนรู้โดยสามารถฝึกได้ผ่านกิจกรรมของ BrainFit Studio มีดังต่อไปนี้

ระบบประสาทสัมผัสและการเคลื่อนไหว รวมกับความสามารถในการประมวลสิ่งที่มองเห็น

ความสัมพันธ์ของ 2 ระบบนี้จะช่วยให้เด็กๆ มีพัฒนาการด้านการเจริญเติบโต การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว มีทักษะที่จำเป็นต่อการเล่นกีฬารวมไปถึงทักษะในการเขียน ทั้งความไว ความเป็นระเบียบ และลายมือที่ดีขึ้น (ขอขอบคุณรูปภาพจากwww.brainmind.com)

ระบบรับรู้ข้อมูล ทิศทางการเคลื่อนไหว ตำแหน่งของร่างกายและการทรงตัว (Vestibular System)

ระบบนี้ทำหน้าที่รักษะความสมดุลของร่างกายและการเคลื่อนไหวว่ามากไปหรือน้อยไป ให้ความรู้สึกปลอดภัยทั้งทางกายภาพและอารมณ์ รวมถึงการส่งข้อมูลไปยังโครงสร้างประสาทเพื่อควบคุมการปรับโฟกัสทางการมอง

ระบบการควบคุมกล้ามเนื้อตา (Ocular Control)

ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อตามีส่วนช่วยในการปรับโฟกัสให้แม่นยำและไวยิ่งขึ้น ช่วยให้รับรู้ความไวและทิศทางของการเคลื่อนไหว จำเป็นต่อทักษะด้านการสังเกต ความไวทางการอ่านหนังสือ

ระบบสัมผัส (Tactile System)

กระตุ้นการรับรู้จากผิวสัมผัส เช่น ความร้อน ความเย็น ความเจ็บปวด แรงกดเบาและแรงกดหนัก ความรู้สึกเหล่านี้มีส่วนช่วยให้สมองรับรู้ข้อมูลอย่างแม่นยำเกี่ยวกับขนาด รูปแบบ เนื้อสัมผัสของสิ่งของในสิ่งแวดล้อมโดยการใช้การสัมผัสเพียงอย่างเดียว (ขอขอบคุณรูปภาพจาก slideplayer.com)

ความแม่นยำในการประมวลผลหน่วยเสียง ( Auditory Processing)

กระตุ้นการรับรู้คลื่นความถี่ของเสียงที่ผ่านแก้วหูได้ครบถ้วน เพื่อความไม่ผิดพลาดในการรับรู้ข้อมูลที่ถูกส่งไปยังสมอง หากทักษะด้านนี้อ่อน จะทำให้การฟังนั้นผิดพลาด ต้องย้ำหรือทวนคำพูดอยู่บ่อยๆ สื่อสารผิดประเด็นหรือเข้าใจคนละความหมาย

ติดต่อเรา

หากคุณสนใจคอร์สหรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อเราได้เลย